บทความทั้งหมด

สุขภาพทั่วไป

ไมเกรน (Migraine) คืออะไร? ปวดหัวข้างเดียวหรือสองข้างก็เป็นได้ พร้อมวิธีสังเกตอาการและดูแลตัวเอง

ไมเกรน (Migraine) คืออะไร? ปวดหัวข้างเดียวหรือสองข้างก็เป็นได้ พร้อมวิธีสังเกตอาการและดูแลตัวเอง

อาการปวดศีรษะเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย หลายคนอาจเคยปวดหัวหลังนอนดึก ทำงานหนัก หรือเผชิญความเครียด แต่หากอาการปวดเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ร่วมกับคลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง หรือปวดมากขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว อาจเป็นสัญญาณของโรคไมเกรนได้

หลายคนเข้าใจว่า ไมเกรนต้องปวดศีรษะข้างเดียวเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ไมเกรนสามารถทำให้ปวดศีรษะข้างเดียวหรือทั้งสองข้างได้ และผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีลักษณะอาการแตกต่างกัน

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าไมเกรนคืออะไร มีอาการอย่างไร เกิดจากปัจจัยใดบ้าง รวมถึงวิธีดูแลตัวเองและสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ไมเกรนคืออะไร?

ไมเกรน (Migraine) เป็นโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเป็นช่วง ๆ โดยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่นบางชนิด

ไมเกรนไม่ได้เป็นเพียงอาการปวดศีรษะธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของการทำงานในระบบประสาทและกระบวนการรับรู้ความเจ็บปวดของสมอง

อาการปวดไมเกรนในผู้ใหญ่โดยทั่วไปอาจเป็นอยู่นานประมาณ 4–72 ชั่วโมง หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม และอาจส่งผลต่อการทำงาน การเรียน การนอนหลับ และการใช้ชีวิตประจำวัน

อาการไมเกรนที่พบบ่อย มีอะไรบ้าง?

1. ปวดศีรษะตุบ ๆ

อาจปวดข้างเดียวหรือสองข้าง ความรุนแรงตั้งแต่ปานกลางถึงมาก และอาจปวดมากขึ้นเมื่อเดิน ขึ้นบันได หรือทำกิจกรรมตามปกติ

2. คลื่นไส้หรืออาเจียน

บางคนรู้สึกพะอืดพะอม เบื่ออาหาร หรืออาเจียนระหว่างที่ปวดศีรษะ

3. แพ้แสงและเสียง

แสงแดดจ้า หน้าจอที่สว่างมาก หรือเสียงดัง อาจทำให้รู้สึกไม่สบายและทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น

4. เห็นแสงวูบวาบหรือเส้นซิกแซก

บางคนมีอาการที่เรียกว่า ออรา (Aura) เช่น เห็นแสงกะพริบ จุดบอด หรือเส้นซิกแซก ก่อนหรือระหว่างปวดศีรษะ

ทั้งนี้ ไม่ใช่ผู้ที่เป็นไมเกรนทุกคนจะมีอาการครบทุกข้อ และบางคนอาจมีไมเกรนโดยไม่มีออราเลย

ไมเกรนมีกี่ประเภท?

ไมเกรนสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบ โดยประเภทที่พบได้บ่อย ได้แก่

1. ไมเกรนชนิดไม่มีออรา (Migraine without Aura)

เป็นรูปแบบที่พบบ่อย ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะตุบ ๆ คลื่นไส้ แพ้แสงหรือเสียง โดยไม่มีอาการเตือนทางการมองเห็นหรือระบบประสาทที่เข้าเกณฑ์ออรา

2. ไมเกรนชนิดมีออรา (Migraine with Aura)

ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นชั่วคราว เช่น เห็นแสงวูบวาบ เส้นซิกแซก รู้สึกชาบางส่วน หรือพูดติดขัด โดยอาการมักค่อย ๆ เกิดขึ้นและหายไป

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการแขนขาอ่อนแรง พูดผิดปกติ หรือสูญเสียการมองเห็นอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะเมื่อเป็นครั้งแรก ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นออรา เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินอื่นได้

3. ไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine)

หมายถึงการมีอาการปวดศีรษะอย่างน้อย 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน โดยมีอาการเข้าเกณฑ์ไมเกรนอย่างน้อย 8 วันต่อเดือน

ภาวะนี้อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก จึงควรได้รับการประเมินและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นไมเกรน

สาเหตุของไมเกรนยังไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความไวของระบบประสาท ปัจจัยทางพันธุกรรม และกระบวนการส่งสัญญาณความเจ็บปวดในสมอง

ปัจจัยที่อาจกระตุ้นอาการในบางคน ได้แก่

  • นอนหลับไม่เพียงพอหรือนอนไม่เป็นเวลา เช่น นอนดึก ตื่นไม่ตรงเวลา หรือเปลี่ยนเวลานอนบ่อย
  • ความเครียด ทั้งระหว่างเผชิญความเครียดและช่วงหลังความเครียดลดลง
  • การอดอาหารหรือรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการเกิดอาการในบางคน
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน
  • แสงจ้า เสียงดัง หรือกลิ่นบางชนิด ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นหรือทำให้อาการแย่ลง
  • การเปลี่ยนแปลงปริมาณคาเฟอีน โดยเฉพาะการหยุดคาเฟอีนกะทันหันในผู้ที่ดื่มเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกระตุ้นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และบางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนตัวกระตุ้นอาจเป็นอาการเตือนก่อนที่ไมเกรนจะเริ่มขึ้น จึงควรสังเกตรูปแบบอาการของตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ไมเกรนต่างจากปวดหัวจากความเครียดอย่างไร?

อาการปวดศีรษะจากความตึงเครียด (Tension-type Headache) มักมีลักษณะปวดตื้อ ๆ หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรรัดรอบศีรษะ โดยทั่วไปไม่รุนแรงขึ้นจากกิจกรรมทางกายตามปกติ และมักไม่มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย

ส่วนไมเกรนอาจมีอาการปวดตุบ ๆ รุนแรงขึ้นเมื่อเคลื่อนไหว ร่วมกับคลื่นไส้ แพ้แสง หรือแพ้เสียง

อย่างไรก็ตาม อาการทั้งสองชนิดอาจมีส่วนที่คล้ายกัน จึงไม่สามารถวินิจฉัยจากตำแหน่งหรือลักษณะการปวดเพียงอย่างเดียวได้

ไมเกรนกำเริบ ควรดูแลตัวเองอย่างไร?

1. พักในห้องที่เงียบและมีแสงน้อย

เมื่อเริ่มปวดศีรษะ ควรลดสิ่งกระตุ้น เช่น แสงจ้า เสียงดัง และกิจกรรมที่ทำให้อาการปวดรุนแรงขึ้น

บางคนอาจรู้สึกดีขึ้นเมื่อพักในห้องที่มืดและเงียบ หรือใช้ผ้าเย็นประคบบริเวณหน้าผาก

2. นอนหลับให้เพียงพอและสม่ำเสมอ

ควรพยายามเข้านอนและตื่นในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน การนอนน้อยหรือการเปลี่ยนแปลงเวลานอนมากเกินไปอาจกระตุ้นไมเกรนในบางคนได้

3. ดื่มน้ำและรับประทานอาหารให้เหมาะสม

การดื่มน้ำอย่างเพียงพอและรับประทานอาหารตรงเวลาอาจช่วยลดปัจจัยกระตุ้นบางอย่างได้

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องจำกัดปริมาณน้ำ เช่น โรคไตหรือโรคหัวใจ ควรปฏิบัติตามปริมาณน้ำที่ได้รับคำแนะนำ ไม่ควรเพิ่มการดื่มน้ำเอง

4. จดบันทึกอาการปวดศีรษะ

การทำบันทึกอาการช่วยให้สังเกตความถี่ ความรุนแรง และรูปแบบของไมเกรนได้ชัดเจนขึ้น

ข้อมูลที่ควรบันทึก ได้แก่ วันที่และเวลาที่เริ่มปวด ระยะเวลาที่ปวด อาการร่วม ระดับความรุนแรง การนอน อาหาร ความเครียด และปัจจัยที่สงสัยว่าเกี่ยวข้อง

ข้อมูลเหล่านี้ยังช่วยประกอบการประเมินหากอาการเกิดบ่อยหรือรบกวนชีวิตประจำวัน

อาการปวดหัวแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล?

แม้ไมเกรนจะเป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่ไม่ใช่อาการปวดศีรษะทุกครั้งจะเกิดจากไมเกรน

ควรไปแผนกฉุกเฉินทันทีหากพบอาการต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน โดยเฉพาะปวดมากที่สุดในชีวิต
  • แขนหรือขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว หรือพูดไม่ชัด
  • สับสน ซึมลง หรือหมดสติ
  • มีไข้ร่วมกับคอแข็งหรืออาการทางระบบประสาท
  • ตามัวหรือสูญเสียการมองเห็นเฉียบพลัน
  • ปวดศีรษะรุนแรงหลังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

หากปวดศีรษะบ่อยขึ้น รูปแบบอาการเปลี่ยนไป หรือกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิต ควรเข้ารับการประเมิน แม้จะไม่มีสัญญาณฉุกเฉินก็ตาม

ไมเกรนป้องกันได้หรือไม่?

ไมเกรนอาจไม่สามารถป้องกันได้ทุกครั้ง แต่การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความถี่หรือความรุนแรงของอาการในบางคนได้

การนอนให้เป็นเวลา รับประทานอาหารสม่ำเสมอ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จัดการความเครียด และติดตามปัจจัยกระตุ้นของตัวเอง เป็นแนวทางพื้นฐานที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้ที่มีไมเกรนกำเริบบ่อยหรือรุนแรง อาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินเพื่อวางแผนป้องกันอาการเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไมเกรน (FAQ)

Q: ไมเกรนปวดหัวสองข้างได้ไหม?

ได้ ไมเกรนไม่ได้จำเป็นต้องปวดศีรษะข้างเดียวเสมอไป บางคนอาจปวดทั้งสองข้าง โดยต้องพิจารณาอาการอื่นร่วมด้วย

Q: เป็นไมเกรนแต่ไม่คลื่นไส้ได้ไหม?

ได้ ผู้ป่วยไมเกรนแต่ละคนมีอาการแตกต่างกัน บางคนอาจไม่มีคลื่นไส้ แต่มีอาการแพ้แสงหรือเสียงร่วมด้วย

Q: ไมเกรนทำให้เห็นแสงวูบวาบได้จริงหรือไม่?

ได้ โดยเรียกว่าออรา ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นแสงกะพริบ เส้นซิกแซก หรือจุดบอดชั่วคราว แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะมีอาการนี้

Q: ปวดหัวทุกวันเป็นไมเกรนหรือไม่?

ไม่จำเป็น เพราะอาการปวดศีรษะทุกวันเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ไมเกรนเรื้อรัง ปวดศีรษะจากความตึงเครียด หรือปวดศีรษะจากการใช้ยาบรรเทาปวดบ่อยเกินไป จึงควรตรวจประเมินเพื่อแยกสาเหตุ

สรุป: ไมเกรนไม่ได้ปวดแค่ข้างเดียว อย่ามองข้ามอาการร่วม

ไมเกรนเป็นโรคทางระบบประสาทที่อาจทำให้ปวดศีรษะข้างเดียวหรือสองข้าง และอาจมีอาการคลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียง หรือเห็นแสงวูบวาบร่วมด้วย

การสังเกตอาการ รู้จักปัจจัยกระตุ้น และดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ สามารถช่วยให้รับมือกับไมเกรนได้ดีขึ้น

สิ่งสำคัญคือ หากปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ หรือมีสัญญาณอันตรายทางระบบประสาท ไม่ควรสรุปว่าเป็นไมเกรนด้วยตัวเอง

Share

facebookline