บทความทั้งหมด

สุขภาพทางเพศ

แผลริมอ่อน (Chancroid) คืออะไร? อาการ สาเหตุ และสิ่งที่ควรรู้


แผลริมอ่อน (Chancroid) คืออะไร? อาการ สาเหตุ และสิ่งที่ควรรู้

แผลริมอ่อน (Chancroid) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โรคนี้พบไม่บ่อยเท่าโรคทางเพศสัมพันธ์บางชนิด แต่หากเกิดขึ้นแล้วมักมีอาการชัด และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

สาเหตุของแผลริมอ่อน

แผลริมอ่อนเกิดจากการติดเชื้อ Haemophilus ducreyi ซึ่งจะเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยถลอกหรือแผลเล็ก ๆ บริเวณอวัยวะเพศ หลังจากมีความเสี่ยงแล้วมักเริ่มแสดงอาการภายใน 3–7 วัน

ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อย ได้แก่
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยาง
  • การมีคู่นอนหลายคน
  • การมีแผลหรือการระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศก่อนหน้า

อาการของแผลริมอ่อน

ลักษณะของแผลริมอ่อนค่อนข้างจำเพาะ โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • เริ่มจากตุ่มแดงเล็ก ๆ แล้วแตกกลายเป็นแผล
  • เป็น แผลเจ็บ อย่างชัดเจน
  • ขอบแผลไม่เรียบ ดูยุ่ย
  • ก้นแผลอาจมีหนองหรือเลือดซึม
  • มักพบหลายแผลในเวลาใกล้เคียงกัน

ตำแหน่งที่พบบ่อย
  • ผู้ชาย: บริเวณปลายอวัยวะเพศ หนังหุ้มปลาย หรือโคน
  • ผู้หญิง: บริเวณแคม ปากทางอวัยวะเพศ หรือด้านใน ซึ่งบางรายอาจไม่สังเกตเห็นแผลได้ชัด

ต่อมน้ำเหลืองโต อาการร่วมที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้ป่วยแผลริมอ่อนจำนวนหนึ่งจะมี ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโตและเจ็บ
บางรายอาจพัฒนาเป็นฝี มีหนอง และแตกออกได้ หากปล่อยไว้อาจทำให้ปวดและติดเชื้อแทรกซ้อนได้

แผลริมอ่อน แตกต่างจากแผลริมแข็งอย่างไร?

หลายคนมักสับสนระหว่างแผลริมอ่อนกับแผลริมแข็ง (จากโรคซิฟิลิส) ความแตกต่างที่สำคัญ ได้แก่



การวินิจฉัยแผลริมอ่อน

การวินิจฉัยมักอาศัย

  • ลักษณะของแผล
  • ประวัติความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
  • การตรวจแยกโรคอื่น เช่น เริม ซิฟิลิส หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น

ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจโรคร่วม เนื่องจากแผลริมอ่อนสามารถพบร่วมกับโรคอื่นได้

แนวทางการดูแลและข้อควรระวัง

แผลริมอ่อนเป็นโรคที่สามารถดูแลให้หายได้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม สิ่งที่ควรปฏิบัติ ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าแผลจะหาย
  • ไม่ควรซื้อยามาใช้เองโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
  • ดูแลความสะอาดบริเวณแผลอย่างเหมาะสม
  • แนะนำให้คู่นอนเข้ารับการตรวจร่วมกัน

การดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และลดการแพร่กระจายของโรค



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลริมอ่อน (FAQ)

แผลริมอ่อนหายเองได้ไหม?

โดยทั่วไป ไม่แนะนำให้ปล่อยไว้เอง แม้บางรายอาการอาจดูดีขึ้นชั่วคราว แต่เชื้อยังคงอยู่และอาจทำให้แผลลุกลาม เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือแพร่เชื้อให้คู่นอนได้

แผลริมอ่อนอันตรายไหม?

แผลริมอ่อนไม่ถือเป็นโรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจทำให้

  • แผลลุกลาม หายช้า
  • ต่อมน้ำเหลืองกลายเป็นฝี แตก มีหนอง
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นได้ง่ายขึ้น

เป็นแผลริมอ่อนแล้วจะติดซ้ำได้ไหม?

สามารถติดซ้ำได้ หากยังมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น

  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  • ไม่ได้ดูแลหรือให้คู่นอนเข้ารับการตรวจพร้อมกัน

ผู้หญิงเป็นแผลริมอ่อนแล้วอาจไม่รู้ตัวจริงหรือ?

จริง ผู้หญิงบางรายอาจมีแผลอยู่ด้านใน ทำให้

  • ไม่เห็นแผลชัด
  • มีเพียงอาการเจ็บ แสบ หรือปวดบริเวณเชิงกราน
    จึงควรเข้ารับการตรวจเมื่อมีความเสี่ยง แม้ไม่เห็นแผลชัดเจน

การป้องกันแผลริมอ่อน

แม้แผลริมอ่อนจะสามารถดูแลให้หายได้ แต่การป้องกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

แนวทางลดความเสี่ยง ได้แก่

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เมื่อมีแผล หรือความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ
  • ตรวจสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง


เมื่อไรควรไปพบแพทย์?

ควรเข้ารับการตรวจทันที หากมีอาการต่อไปนี้

  • มีแผลบริเวณอวัยวะเพศที่ เจ็บ และไม่หายใน 2–3 วัน
  • แผลมีหนอง เลือดซึม หรือขอบแผลดูยุ่ย
  • ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบโต เจ็บ หรือเริ่มบวมแดง
  • มีประวัติเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ในช่วง 1–2 สัปดาห์ก่อนหน้า
การเข้ารับการดูแลเร็ว จะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดการแพร่เชื้อ และลดภาวะแทรกซ้อน




สรุป

แผลริมอ่อนเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีลักษณะเด่นคือ แผลเจ็บ ขอบยุ่ย และอาจมีต่อมน้ำเหลืองโตเจ็บ หากพบความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ ไม่ควรคาดเดาหรือปล่อยทิ้งไว้ ควรเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการดูแลที่เหมาะสมและปลอดภัย

Share

facebookline